ญี่ปุ่นมีอะไรน่าเที่ยว
วัดเซนโซจิ (Senso-ji Temple)
วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์
วัดเซนโซจิสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 628 ถือเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในโตเกียว เมื่อเดินผ่านโคมไฟสีแดงยักษ์ที่ประตูคามินาริมง คุณจะพบกับถนนช้อปปิ้งนากามิเสะอันคึกคัก ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าขายขนมโบราณอย่างนิงโยยากิ เซมเบ้ และของฝากงานฝีมือสุดประณีต พระอุโบสถหลักเป็นที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์กวนอิม ก่อนเข้าไปสักการะสามารถล้างมือให้สะอาดที่อ่างน้ำมนต์ และกวักควันธูปจากกระถางธูปยักษ์เข้าหาตัวเพื่อขอพรให้สุขภาพแข็งแรงและโชคดี ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมจิตใจเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการสัมผัสเทศกาลดั้งเดิมและวิถีชีวิตอันมีชีวิตชีวาของโตเกียว
ข้อมูลที่ควรรู้
เดินทางสะดวกโดยรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza หรือ Toei สาย Asakusa ลงสถานี Asakusa แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที เข้าชมฟรี แนะนำให้ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น ซึ่งในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับวัด ให้บรรยากาศที่เงียบสงบและ
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเป็นศาลเจ้าแม่ของศาลเจ้าอินาริกว่า 30,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น โดยเป็นที่ประดิษฐานของเทพอินาริ ผู้ปกปักษ์รักษาความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหารและการค้าขายรุ่งเรือง ไฮไลท์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ เซนบง โทริอิ หรือเสาโทริอิสีแดงชาดนับพันต้นที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย ทอดยาวไปตามเส้นทางขึ้นเขาอินาริเกิดเป็นอุโมงค์สีแดงสุดมหัศจรรย์ ตลอดสองข้างทางจะพบรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกหินคาบกุญแจหรือลูกแก้ว ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้นำสารของเทพอินาริ ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นสวรรค์ของนักเดินป่าและผู้รักการถ่ายภาพอีกด้วย
ข้อมูลที่ควรรู้
นั่งรถไฟสาย JR Nara Line ลงที่สถานี Inari ออกจากสถานีก็ถึงทันที หรือนั่งรถไฟสาย Keihan Main Line ลงที่สถานี Fushimi-Inari แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที เข้าชมฟรี หากต้องการเดินขึ้นเขาอินาริให้ครบทั้งเส้นทางจะใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง แนะนำให้สวมรองเท้าผ้าใบที่ใส่สบาย บริเวณยอดเขาคนจะน้อยกว่า จึงเป็นจ
วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera)
แลนด์มาร์ก
วัดคิโยมิสึสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 778 เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโตและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จุดเด่นที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ระเบียงไม้คิโยมิสึ ซึ่งมีโครงสร้างอันน่าทึ่งโดยสร้างขึ้นบนหน้าผาสูงชันและไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แต่ใช้เสาไม้ขนาดใหญ่หลายสิบต้นในการค้ำยัน จากบนระเบียงสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเกียวโตที่เปลี่ยนไปตามแต่ละฤดูกาล ภายในวัดยังมีน้ำตกโอโตวะซึ่งแบ่งออกเป็นสามสาย เป็นตัวแทนของสุขภาพ การเรียน และความรัก นักท่องเที่ยวสามารถใช้กระบวยด้ามยาวตักน้ำมาดื่มเพื่อขอพรได้
ข้อมูลที่ควรรู้
นั่งรถบัสประจำทางเมืองเกียวโตไปลงที่สถานี Kiyomizu-michi หรือ Gojo-zaka จากนั้นเดินขึ้นเนินต่อประมาณ 10 ถึง 15 นาที การเข้าชมวิหารหลักและระเบียงไม้คิโยมิสึต้องซื้อตั๋วเข้าชม แนะนำให้ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 2 ชั่วโมง ถนนหินโบราณนิเนนซากะและซันเนนซากะที่มุ่งสู่ตัววัดมีความลาดชันค่อนข้างมาก แนะนำให้สวมรอ
โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)
แลนด์มาร์ก
โตเกียวสกายทรีมีความสูงถึง 634 เมตร ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเทคโนโลยีและความงามสมัยใหม่ของโตเกียว ภายในหอคอยมีจุดชมวิวสองระดับที่ความสูง 350 เมตร และ 450 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวเมืองโตเกียวได้แบบพาโนรามา 360 องศาผ่านกระจกบานใหญ่ และในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย บริเวณฐานของหอคอยเชื่อมต่อกับ โตเกียว โซลามาจิ (Tokyo Solamachi) แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่รวบรวมร้านค้าแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกจากการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่นไว้หลายร้อยร้าน ทำให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กครบวงจรที่รวมทั้งการชมวิว ความบันเทิง และการช้อปปิ้งไว้ในที่เดียว
ข้อมูลที่ควรรู้
เดินทางโดยรถไฟสาย Tobu Skytree Line ลงที่สถานี Tokyo Skytree หรือสาย Hanzomon Line และ Asakusa Line ลงที่สถานี Oshiage ได้โดยตรง การขึ้นชมวิวบนหอคอยต้องซื้อบัตรเข้าชม แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อประหยัดเวลาในการต่อคิว แนะนำให้ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง โดยการมาเยือนในช
โดทนโบริ (Dotonbori)
ของกิน
โดทนโบริคือศูนย์รวมวัฒนธรรมการกินของโอซาก้า และเป็นจุดที่ดีที่สุดในการสัมผัสความมีชีวิตชีวาของเมืองนี้ สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ป้ายไฟ 3 มิติขนาดยักษ์ เช่น ปูยักษ์ขยับได้ ปลาหมึก และเกี๊ยวซ่า แลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดคือป้ายไฟนีออนกูลิโกะรันเนอร์ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทุกคน ที่นี่คุณจะได้ลิ้มลองโอโคโนมิยากิ ทาโกยากิ คุชิคัตสึ และราเมนต้นตำรับ เพื่อสัมผัสเสน่ห์การกินจนพุงกางอันเป็นเอกลักษณ์ของโอซาก้าอย่างแท้จริง
ข้อมูลที่ควรรู้
นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Midosuji, Yotsubashi หรือ Sennichimae ไปลงที่สถานี Namba แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที พื้นที่นี้เป็นย่านเปิดโล่ง เข้าชมฟรี แนะนำให้ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง บรรยากาศจะคึกคักที่สุดในช่วงเย็นหลังจากป้ายไฟนีออนเริ่มเปิด ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการทานอาหา
วางแผนเที่ยวเสร็จแล้ว อย่าลืมเตรียมเน็ตก่อนออกเดินทาง
ดูแพ็กเกจ eSIM สำหรับญี่ปุ่น