ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อิตาลีมีอะไรน่าเที่ยว

  1. โคลอสเซียม (Colosseo)

    แลนด์มาร์ก

    โคลอสเซียมคืออัฒจันทร์วงกลมที่ใหญ่ที่สุดในยุคโรมันโบราณ และเป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงโรม สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็นประจักษ์พยานถึงประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของการต่อสู้เอาชีวิตรอดของเหล่านักสู้กลาดิเอเตอร์และการล่าสัตว์ป่า เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน คุณจะได้เห็นอัฒจันทร์ที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ และอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทักษะทางสถาปัตยกรรมขั้นสูงของโรมันโบราณได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางแสงแดดในตอนกลางวันหรือเปิดไฟประดับในยามเย็น ต่างก็เผยให้เห็นความงามอันสง่างามที่แตกต่างกัน เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนอิตาลี

    ข้อมูลที่ควรรู้

    เดินทางสะดวกโดยรถไฟใต้ดินสาย B ลงที่สถานี Colosseo ออกจากสถานีก็ถึงทันที แนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวชมประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง เนื่องจากภายในส่วนใหญ่เป็นทางกรวดและบันได จึงแนะนำให้สวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย สถานที่นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก แนะนำเป็นอย่างยิ่งให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ และอย่าลืมพ

  2. มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Cattedrale di Santa Maria del Fiore)

    แลนด์มาร์ก

    มหาวิหารฟลอเรนซ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อมหาวิหารซานตามาเรียเดลฟิโอเร เป็นโบสถ์หลักของเมืองฟลอเรนซ์ มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องการตกแต่งภายนอกด้วยหินอ่อนสีแดง ขาว และเขียวอันประณีต รวมถึงโดมสีแดงขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยบรูเนลเลสเก มหาวิหารแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมในยุคเรเนสซองส์เท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กหลักบนเส้นขอบฟ้าของฟลอเรนซ์อีกด้วย ภายในโบสถ์มีความเคร่งขรึมและสง่างาม โดยมีภาพวาดปูนเปียก การพิพากษาครั้งสุดท้าย บนเพดานโดมที่งดงามอย่างไร้ที่ติ หากร่างกายพร้อม ขอแนะนำให้ลองท้าทายตัวเองด้วยการปีนบันได 463 ขั้นขึ้นไปบนยอดโดม เพื่อชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของเมืองฟลอเรนซ์ที่เต็

    ข้อมูลที่ควรรู้

    เดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานี Firenze S.M.N. จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีก็ถึง มหาวิหารเปิดให้เข้าชมฟรีแต่มีคิวรอค่อนข้างยาว หากต้องการปีนขึ้นไปบนยอดโดมหรือเข้าชมหอระฆัง จำเป็นต้องซื้อตั๋วและจองล่วงหน้า ทางขึ้นโดมค่อนข้างแคบและชัน ผู้ที่มีอาการกลัวที่แคบหรือร่างกายไม่แข็งแรงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

  3. สะพานริอัลโต (Ponte di Rialto)

    แลนด์มาร์ก

    สะพานริอัลโตทอดข้ามแกรนด์คาแนล เป็นสะพานที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในเวนิส สะพานโค้งหินอ่อนสีขาวที่ออกแบบอย่างสง่างามนี้ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ที่ขายของที่ระลึก หน้ากากเวนิส และเครื่องแก้ว เมื่อยืนอยู่ตรงกลางสะพาน คุณจะสามารถมองเห็นเรือกอนโดลาและเรือโดยสารแล่นผ่านไปมาในคลองที่คึกคัก พร้อมวิวอาคารโบราณสีสันสดใสทั้งสองฝั่ง ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกและวิวค่ำคืนที่เป็นสัญลักษณ์ของเวนิส ช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของเมืองแห่งสายน้ำได้อย่างดีที่สุด

    ข้อมูลที่ควรรู้

    จากสถานีรถไฟเวเนเซีย ซานตา ลูเซีย นั่งเรือโดยสารสาย 1 มาลงที่สถานี Rialto ได้เลย พื้นที่นี้เปิดให้เข้าชมฟรี แนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงเย็นคนจะหนาแน่นมาก โปรดระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าขณะถ่ายภาพ

  4. อุทยานโบราณคดีปอมเปอี (Parco Archeologico di Pompei)

    วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์

    เมืองโบราณปอมเปอีถูกฝังกลบในชั่วพริบตาจากการระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียสในปี ค.ศ. 79 และเพิ่งได้รับการขุดค้นทางโบราณคดีในยุคปัจจุบัน ด้วยการปกป้องจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ ทำให้ถนนหนทาง วิหาร โรงอาบน้ำ ร้านขนมปัง และแม้กระทั่งภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในเมืองยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งลง ณ วินาทีนั้นเมื่อสองพันปีก่อน การได้เดินบนถนนหินของปอมเปอีและสัมผัสกับผังเมืองรวมถึงวิถีชีวิตที่พัฒนาอย่างขั้นสูงของโรมันโบราณด้วยตาตัวเอง จะเป็นทริปประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

    ข้อมูลที่ควรรู้

    จากเนเปิลส์ นั่งรถไฟสาย Circumvesuviana ไปลงที่สถานี Pompei Scavi Villa dei Misteri เมื่อออกจากสถานีก็จะพบกับทางเข้าทันที พื้นที่อุทยานกว้างขวางมากและมีร่มเงาน้อยมาก แนะนำให้ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 4 ถึง 5 ชั่วโมง และควรเตรียมครีมกันแดดรวมถึงพกน้ำดื่มไปให้เพียงพอ การเข้าชมต้องซื้อบัตรผ่านประตู

  5. โพสิตาโน (Positano)

    ธรรมชาติ

    โพสิตาโนคืออัญมณีที่เจิดจรัสที่สุดบนชายฝั่งอามัลฟีทางตอนใต้ของอิตาลี ตัวเมืองสร้างขึ้นตามแนวเขา โดยมีบ้านเรือนสีสันพาสเทลเรียงรายซ้อนทับกันเหมือนบล็อกตัวต่อบนหน้าผาสูงชัน ทอดยาวลงสู่ทะเลติร์เรเนียนสีคราม เมื่อเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ประดับประดาด้วยดอกเฟื่องฟ้า คุณจะพบกับร้านค้าท้องถิ่นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเลมอนและรองเท้าแตะทำมืออันเป็นเอกลักษณ์ และเมื่อมองย้อนกลับมาจากชายหาดเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองสีสันสดใสที่โอบล้อมด้วยภูเขาและทะเล บรรยากาศอันน่าทึ่งและโรแมนติกนี้ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนในฝันของนักเดินทางทั่วโลก

    ข้อมูลที่ควรรู้

    สามารถเดินทางมาได้โดยรถบัส SITA จากซอร์เรนโตหรือซาเลอร์โน หรือนั่งเรือเฟอร์รี่ในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากเมืองนี้เต็มไปด้วยบันไดและทางลาดชัน แนะนำให้สวมรองเท้าที่ใส่สบายและพกสัมภาระไปแต่พอดี แนะนำให้ใช้เวลาท่องเที่ยวครึ่งวันถึงหนึ่งวัน การเข้าชมเมืองฟรี แต่เตียงชายหาดและสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างมีค่าบร

วางแผนเที่ยวเสร็จแล้ว อย่าลืมเตรียมเน็ตก่อนออกเดินทาง

ดูแพ็กเกจ eSIM สำหรับอิตาลี