ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีอะไรน่าเที่ยว

  1. ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa)

    แลนด์มาร์ก

    ด้วยความสูงถึง 828 เมตร ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์จึงเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของเส้นขอบฟ้าเมืองดูไบ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟต์ความเร็วสูง 10 เมตรต่อวินาที ตรงไปยังจุดชมวิวบนชั้น 124 และ 125 เมื่อมองลงมาจากมุมสูง ด้านหนึ่งคุณจะเห็นกลุ่มตึกระฟ้าที่คึกคักและน้ำพุดูไบ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือทะเลทรายอันกว้างใหญ่และอ่าวเปอร์เซียสีคราม ซึ่งเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง แนะนำให้เลือกขึ้นตึกในช่วงเย็น เพื่อที่จะได้สัมผัสทัศนียภาพของเมืองใน 3 บรรยากาศ ทั้งตอนกลางวัน พระอาทิตย์ตกดิน และแสงไฟยามค่ำคืนที่ระยิบระยับ

    ข้อมูลที่ควรรู้

    นั่งรถไฟใต้ดินดูไบสายสีแดง (Red Line) ไปลงที่สถานี Burj Khalifa/Dubai Mall จากนั้นเดินผ่านทางเชื่อมในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศเพื่อเข้าสู่ตัวตึก การขึ้นชมวิวต้องใช้บัตรเข้าชม เนื่องจากช่วงเวลายอดนิยมจะมีผู้คนหนาแน่นมาก จึงขอแนะนำอย่างยิ่งให้จองตั๋วล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ เวลาที่แนะนำสำหรับการท่องเที่ย

  2. มัสยิดหลวงเชคซาเยด

    วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์

    มัสยิดแห่งนี้เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากทั่วทุกมุมโลก ภายในมีพรมทอมือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โคมไฟระย้าคริสตัลสวารอฟสกี้ขนาดมหึมา รวมถึงลวดลายเรขาคณิตและดอกไม้ที่ประดับประดาอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นความขาวสะอาดอันศักดิ์สิทธิ์ในยามกลางวัน หรือแสงไฟสีน้ำเงินชวนฝันในยามเย็นและค่ำคืน ต่างก็งดงามจนแทบหยุดหายใจ ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นวิหารแห่งศิลปะที่แสดงถึงงานฝีมือขั้นสูงอีกด้วย

    ข้อมูลที่ควรรู้

    การเดินทางจากดูไบสามารถนั่งรถบัสหรือเช่ารถพร้อมคนขับ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง เข้าชมฟรีแต่ต้องจองคิวล่วงหน้าทางออนไลน์ การตรวจเครื่องแต่งกายมีความเข้มงวดมาก นักท่องเที่ยวหญิงต้องสวมเสื้อผ้าหลวมๆ แขนยาว ขายาว และใช้ผ้าคลุมศีรษะ ส่วนนักท่องเที่ยวชายต้องสวมกางเกงขายาว แนะนำให้ใช้เวลาเข

  3. พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ อาบูดาบี

    วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกแบบโดยฌอง นูเวล สถาปนิกรางวัลพริตซ์เกอร์ มีจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือโดมสีเงินขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากดวงดาวโลหะซ้อนทับกันนับพันดวง เมื่อแสงแดดส่องผ่านโดมจะเกิดเป็นแสงเงาสุดมหัศจรรย์ราวกับฝนแห่งแสงตกลงบนอาคารสีขาวและผืนน้ำ นิทรรศการภายในจัดแสดงร่วมกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในฝรั่งเศสและพิพิธภัณฑ์อื่นๆ โดยนำเสนอวิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์ตามเส้นเวลา ทลายขอบเขตทางภูมิศาสตร์เพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างศิลปะตะวันออกและตะวันตก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักในศิลปะและสถาปัตยกรรม

    ข้อมูลที่ควรรู้

    ตั้งอยู่บนเกาะซาดิยาตในอาบูดาบี แนะนำให้เดินทางโดยรถแท็กซี่จากตัวเมืองอาบูดาบี การเข้าชมต้องใช้บัตร แนะนำให้ซื้อบัตรล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการเพื่อประหยัดเวลาในการต่อคิว เครื่องปรับอากาศภายในพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเย็น แนะนำให้พกเสื้อคลุมบางๆ ไปด้วย ระยะเวลาที่แนะนำในการเข้าชมคือ 2 ถึง 3 ชั่วโมง

  4. เดอะดูไบมอลล์ (The Dubai Mall)

    ช้อปปิ้ง

    เดอะดูไบมอลล์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สวรรค์ของนักช้อปเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองแห่งความบันเทิงในร่มขนาดมหึมา ที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบระดับโลก ลานไอซ์สเก็ตในร่ม และน้ำตกในร่มที่มีชื่อเสียง ด้านนอกห้างสรรพสินค้าคือน้ำพุดนตรีดูไบ ซึ่งจะมีการแสดงระบำน้ำพุประกอบดนตรีอันงดงามทุกเย็น ไม่ว่าคุณจะมองหาสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก ลิ้มลองอาหารจากนานาชาติ หรือพาครอบครัวมาสัมผัสความบันเทิงในร่ม ที่นี่ก็พร้อมตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน

    ข้อมูลที่ควรรู้

    สามารถเดินทางโดยรถไฟใต้ดินสายสีแดง (Red Line) ลงที่สถานี Burj Khalifa/Dubai Mall เพื่อเข้าสู่ห้างได้โดยตรง เนื่องจากภายในห้างมีพื้นที่กว้างขวางมาก แนะนำให้ดาวน์โหลดแผนที่อย่างเป็นทางการหรือใช้เครื่องนำทางภายในห้าง ตัวห้างเปิดให้เข้าชมฟรี แต่เครื่องเล่นและความบันเทิงบางอย่าง เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จ

  5. พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต (Museum of the Future)

    แลนด์มาร์ก

    ตัวอาคารภายนอกมีลักษณะคล้ายแหวนเงินขนาดใหญ่ บนผนังเหล็กกล้าไร้สนิมสลักลวดลายอักษรวิจิตรภาษาอาหรับซึ่งทำหน้าที่เป็นหน้าต่างไป in ตัว สะท้อนถึงสุดยอดวิศวกรรมสมัยใหม่ ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้จัดแสดงโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ แต่เน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีในอีก 50 ปีข้างหน้า ครอบคลุมธีมการสำรวจอวกาศ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และสุขภาวะทางกายและจิตใจ ผ่านประสบการณ์เสมือนจริงที่ให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เพื่อชวนให้คิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีในอนาคต

    ข้อมูลที่ควรรู้

    เดินทางโดยรถไฟใต้ดินสายสีแดง (Red Line) ลงที่สถานี Emirates Towers แล้วเดินเชื่อมต่อผ่านสะพานลอยเพื่อเข้าสู่อาคารได้โดยตรง การเข้าชมต้องซื้อบัตรล่วงหน้า เนื่องจากโควตาในแต่ละวันมีจำกัดมาก แนะนำให้จองตั๋วผ่านเว็บไซต์ทางการล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 2 ชั่วโมง

วางแผนเที่ยวเสร็จแล้ว อย่าลืมเตรียมเน็ตก่อนออกเดินทาง

ดูแพ็กเกจ eSIM สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์